Razem Przeciwko RSV

การป้องกันและจัดการ

โรคติดเชื้ออาร์เอสวี เกิดจากเชื้อไวรัสที่แพร่กระจายและติดต่อได้ง่าย และเป็นสาเหตุหลักของการเกิดปอดอักเสบในเด็กเล็ก ในหน้านี้ คุณจะได้ทราบถึงวิธีการป้องกันและจัดการเมื่อติดเชื้ออาร์เอสวี

โรคติดเชื้ออาร์เอสวีแพร่กระจายได้อย่างไร?

เชื้อไวรัสอาร์เอสวี สามารถแพร่กระจายผ่านละอองฝอยจากจมูกและปาก ซึ่งอาจเกิดจากการไอ จาม หรือการสัมผัสใกล้ชิด เช่น การกอดหรือจูบ 

การติดเชื้ออาร์เอสวี อาจทำให้เกิดอาการคล้ายไข้หวัด และคนส่วนใหญ่มักไม่รู้ตัวว่าตนเองติดเชื้อ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเชื้อจึงสามารถแพร่กระจายได้ง่าย เชื้อไวรัสอาร์เอสวี สามารถอยู่บนพื้นผิวแข็ง เช่น ของเล่น เตียงเด็ก หรือช้อนส้อม ได้นานหลายชั่วโมง และสามารถแพร่สู่ทารกได้หากพวกเขาสัมผัสพื้นผิวเหล่านั้นก่อนจะสัมผัสตา จมูก หรือปาก 

ทารกมักติดเชื้ออาร์เอสวี จากสถานที่ต่างๆ เช่น ศูนย์รับเลี้ยงเด็ก สนามเด็กเล่น หรือจากพี่น้องที่ติดเชื้อมาจากนอกบ้าน เช่น ที่โรงเรียน 

การปกป้องลูกน้อยจากโรคติดเชื้ออาร์เอสวี 

แม้ว่าการติดเชื้ออาร์เอสวี ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง แต่อาการอาจทรุดลงอย่างรวดเร็ว และสามารถเกิดขึ้นได้กับทารกทุกคน ดังนั้น การลดโอกาสในการแพร่เชื้อจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง 

คุณสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้เพื่อช่วยปกป้องลูกน้อยจากโรคติดเชื้ออาร์เอสวีซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับการป้องกันการติดเชื้อไวรัสทั่วไปอื่น ๆ เช่น 

  • ล้างมือบ่อยๆ อย่างน้อย 20 วินาที 

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าโดยไม่จำเป็น 

  • ทำความสะอาดพื้นผิวและของเล่นอย่างสม่ำเสมอ 

  • หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการป่วย 

ปัจจุบันมีทางเลือกในการป้องกัน อาทิ การให้วัคซีนในหญิงตั้งครรภ์ หรือ ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปอาร์เอสวีในทารกแรกเกิดและเด็กเล็ก เพื่อช่วยปกป้องทารกจากโรคติดเชื้ออาร์เอสวี ซึ่งอาจให้ตั้งแต่แรกเกิด หรือระหว่างการตรวจสุขภาพตามนัดกับกุมารแพทย์

รายละเอียดเพิ่มเติม โปรดปรึกษากุมารแพทย์ หรือ 

คลิกที่นี่ เพื่อศึกษาแนวทางการให้ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป เพื่อป้องกันโรครุนแรงจากการติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี จากราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย 

คลิกที่นี่ เพื่อรับฟังเรื่องราวจากครอบครัวที่ผ่านประสบการณ์การติดเชื้ออาร์เอสวี

Footnotes & references

RSV, respiratory syncytial virus.

  1. Chatterjee A et al. Infect Dis Ther 2021; 10: S5–S16.
  2. Piedimonte G and Perez MK. Pediatr Rev 2014; 35(12): 519–530. 
  3. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Symptoms of RSV. Available at: https://www.cdc.gov/rsv/symptoms/. Accessed: September 2024. 
  4. Coultas JA et al. Thorax 2019; 74(10): 986–993.
  5. Smyth RL and Breary SP. Encyclopedia of Respiratory Medicine. Bronchiolitis, Elsevier Ltd. 2006.
  6. Demont C et al. BMC Infect Dis 2021; 21(1): 730.
  7. Sanchez-Luna M et al. Curr Med Res Opin 2016; 32(4): 693‒698.
  8. Kobayashi Y et al. Pediatr Int 2021; 64(1): e14957.
  9. Hartmann K et al. J Infect Dis 2022; 226(3): 386‒395.
  10. Yu J et al. Emerg Infect Dis 2019; 25(6): 1127‒1135.
  11. Thwaites R et al. Eur J Pediatr 2020; 179(5): 791‒799.
  12. Arriola C et al. J Pediatric Infect Dis Soc 2020; 9(5): 587–595 (Suppl Appendix). 
  13. Eiland LS. J Pediatr Pharmacol Ther 2009; 14(2): 75–85.
  14. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). How RSV Spreads. Available at: https://www.cdc.gov/rsv/causes/index.html. Accessed: September 2024.
  15. UK Health Security Agency. Respiratory syncytial virus (RSV): symptoms, transmission, prevention, treatment, 2021. Available at: https://www.gov.uk/government/publications/respiratory-syncytial-virus-rsv-symptoms-transmission-prevention-treatment. Accessed: September 2024. 
  16. Kaler J et al. Cureus 2023; 15: e36342.
  17. แนวทางการให้ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป เพื่อป้องกันโรครุนแรงจากการติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี จากราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย – 18 กุมภาพันธ์ 2568